แพทย์แนะข้อควรรู้ก่อนฉีดโบฯ หนุ่ม – สาวยุคใหม่นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย

ฝากข่าว โดย :

แพทย์แนะข้อควรรู้ก่อนฉีดโบฯ หนุ่ม – สาวยุคใหม่นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย

 

กระแสการเสริมความงามในกลุ่มหนุ่ม-สาวชาวไทยยังแรงดีไม่มีตก โดยเฉพาะการปรับรูปหน้า และลดเลือนริ้วรอยด้วยการฉีด Botulinum Toxin Type A (โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไทป์ เอ) หรือที่รู้จักกันว่า ฉีดโบฯ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กระแสความงามด้านอื่นๆ เพราะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากให้หน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนวัยแบบไม่ต้องศัลยกรรม  แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยน้อยลง เพราะถูกดึงดูดด้วยราคาโปรโมชั่น และโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองว่าเราได้ศึกษาเรื่องนี้ดีหรือยัง…

แพทย์หญิงวิไล ธนสารอักษร อาจารย์พิเศษสาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งคลินิก Doctor Younger Clinic มาพูดถึงเทรนด์และข้อควรรู้ของการฉีดโบฯ

 

แพทย์หญิงวิไล กล่าวว่า “การฉีด Botulinum Toxin Type A หรือการฉีดโบฯ เป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและเสริมความมั่นใจ 3 ประการ คือ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ลดเลือนริ้วรอย และยกกระชับผิวหน้าให้อ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยปรับรูปน่องให้เรียวสวยและยกกระชับอวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายได้ เช่น แขน ซึ่งการฉีด Botulinum Toxin Type A ที่ปลอดภัยและได้ประสิทธิผลที่สุด ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการรักษาเพื่อได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของคนไข้ให้ได้ดีที่สุด ต้องใช้เทคนิคพิเศษที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคนไข้หลายท่านอาจจะไม่ได้นึกถึง คิดว่าเป็นการฉีดเฉยๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา คนไข้ต้องศึกษาข้อมูลให้มั่นใจ โดยสามารถเข้าปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน”

สำหรับใครที่กำลังพิจารณาเข้ารับการเสริมความงามด้วยการฉีด Botulinum Toxin Type A  คุณหมอวิไลก็ได้ฝากคำแนะนำที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ 5 ข้อ ดังนี้

 

  1. ศึกษาให้เข้าใจว่าเรามีปัญหาส่วนใดในร่างกายที่ต้องการแก้ไข และต้องการผลลัพธ์อย่างไร

ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการรักษา หรือเสริมความงาม เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีปัญหาอะไร และต้องการแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์อย่างไร เช่นเรื่องริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อยรูปหน้าไม่ได้สัดส่วน น่องใหญ่ แขนใหญ่ หรือมีปัญหาส่วนใดในร่างกายที่ต้องการแก้ไขรักษา

 

  1. ศึกษาว่าคลินิกแต่ละแห่งมีการรักษาในแนวทางไหน และมีความเชี่ยวชาญด้านใด

ปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่ามีปัญหาด้านไหน และต้องการการรักษาแบบใด สามารถเข้าไปหาข้อมูลแนวทางการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของแต่ละคลินิกได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือรีวิวการรักษาจากผู้บริโภคคนอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ โดยเลือกดูข้อมูลจากคลินิกหรือสถานประกอบการที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น

 

  1. ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ และฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

คนไข้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะคุณหมอจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการรักษาให้กับคนไข้แต่ละราย เพราะคนไข้วัยต่างกัน ปัญหาต่างกัน ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่าคนไข้แต่ละรายควรได้รับการรักษาแบบใดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย คนไข้ควรมีการตรวจสอบว่าแพทย์ที่ให้บริการเป็นแพทย์จริงหรือไม่ มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญจริงหรือไม่

 

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ปัจจุบันในตลาดมีสาร Botulinum Toxin Type A หลากหลายยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยเราต้องสอบถามหมอให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่ และผลิตภัณฑ์นั้นดีจริงหรือไม่ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น แนวทางของ Doctor Younger Clinic และวิธีการรักษาของคุณหมอวิไลจะเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยไม่ตึงหรือแข็ง ที่สำคัญคือโอกาสก่อให้เกิดการดื้อยาในอนาคตน้อยมากจนถึงไม่เกิด ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่คุณหมอเลือกใช้จะต้องเป็นท็อกซินที่มีความบริสุทธิ์สูง และหนึ่งในนั้นได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ABO Active 3D Treatment จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมากให้ผลลัพธ์สวยเป็นธรรมชาติในการยกประชับ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย ที่สำคัญคือออกฤทธิ์เร็วภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยในการกระตุ้นการตื่นตัวของเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนหลังฉีดภายใน 10 ชั่วโมง ซึ่งมีงานวิจัยที่ยืนยันและรับรองข้อพิสูจน์นี้ และจะทำให้ผิวสวยอ่อนเยาว์ขึ้นทันที

 

  1. การเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดโบฯ

ในการเข้ารับการรักษา สิ่งสำคัญที่คนไข้หลายรายไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่าที่ควร คือคนไข้ต้องตระหนักถึงความสะอาดของใบหน้าของตนเอง ก่อนเข้ารับการฉีดโบฯ คนไข้จะต้องล้างหน้าให้สะอาด ล้างเครื่องสำอางค์ให้หมดจด และหลังจากรับการฉีดแล้วใน 24 ชั่วโมง ให้ล้างหน้าด้วยน้ำดื่ม เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมบนชั้นผิวเข้าสู่ผิวชั้นใน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงการเจอความร้อนและการนวด การถู การขยี้ที่ใบหน้า เพื่อป้องกันการกระจายตัวของตัวยาไปยังตำแหน่งที่เราไม่ต้องการ เป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

 

และนี่คือคำแนะนำ 5 ข้อง่ายๆ จากคุณหมอวิไล ที่จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้หนุ่ม – สาวยุคใหม่ได้นำเทรนด์สวยเป๊ะอย่างปลอดภัย อย่าลืมว่าเราเกิดมามีเพียงแค่หน้าเดียว เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเสริมเติมสวยให้ตัวเอง ต้องพยายามศึกษาหาข้อมูลอยู่ตลอด และพึงตระหนักถึงความปลอดภัยไว้เป็นอันดับแรกเสมอ

###

 

เกี่ยวกับกัลเดอร์มา ประเทศไทย

บริษัท กัลเดอร์มา ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2524 เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเกี่ยวกับการดูแลผิวหนังและโรคผิวหนังรวมไปถึงด้านสุขภาพความงามด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ดีที่สุดสำหรับดูแลผิวพรรณของผู้คน ทุกเพศ ทุกวัยทั่วโลก พร้อมบริการด้านสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา กัลเดอร์มาทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหนังในทุกด้าน ครอบคลุมทุกสภาพผิวและทุกปัญหา รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทรนด์ความงามระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม Dermal Fillers จากประเทศสวีเดน และผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย Botulinum Toxin จากประเทศอังกฤษ ปัจจุบัน บริษัท กัลเดอร์มา มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท อาทิ เรสทิเลน (Restylane) และ ดิสพอร์ท (Dysport)

 

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งเรื่องของผลิตภัณฑ์ และคลินิกให้บริการได้ที่

Website: www.galdermaaestheticsthailand.com

Facebook: Galderma Aesthetics Thailand

YouTube: Galderma Aesthetics Thailand

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่

เวเบอร์ แชนด์วิค

รุ่งนภา ชาญวิเศษ (รุ่ง) โทร. 081-494-8131 และ ถกลกร วีระพลานนท์ (แอ๊นซ์) โทร. 092-465-4194