Home » ข่าวพีอาร์ » เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) คว้ารางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020”

เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) คว้ารางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020”

เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) คว้ารางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020”
ย้ำภาพองค์กรผู้นำธุรกิจเพื่อบ้านและอาคารที่มั่นคงและยั่งยืน

ฝ่ายบุคคล หรือ Human Resource หรือที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เรียกกันติดปากว่า “HR” น่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีอิทธิพลการทำงานในบริษัทมากที่สุด หากเราไม่นับไปถึงผู้บริหารที่อยู่บนจุดสูงสุดขององค์กร ว่ากันว่าหากบริษัทไหนมี HR เก่งและดี ก็แทบการันตีว่าบริษัทนั้นน่าทำงานด้วยแน่ๆ

ทีนี้เรารู้อยู่แล้วทุกการทำงานของเราหรือแม้แต่ตัวผู้บริหารเอง ล้วนอยู่ในฟอร์มการประเมินของ HR กันทั้งนั้น แล้วใครล่ะ ที่เป็นผู้ประเมินการทำงานของ HR กัน ? ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา บริษัทชื่อ “Business Media International” หนึ่งใน publishers ด้าน B2B ชั้นนำในทวีปเอเชีย ได้จัดโครงการ “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020” ขึ้น โดยมีจุดประสงค์สำรวจการทำงานของ HR และประเมินว่าสภาพแวดล้อมในบริษัท เอื้อกับการทำงานมากน้อยขนาดไหน

โดยโครงการในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย (Thailand Edition) ซึ่งมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้ทั้งสิ้น 168 แห่ง ในกว่า 20 อุตสาหกรรม ทว่ามีอยู่ราว 30 แห่งในประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้ไป และหากไม่นับบริษัทยักษ์สัญชาติไทยที่ใครก็รู้จัก ยังมีบริษัทจากประเทศเยอรมนีปะปนอยู่ในนี้ด้วย จึงน่าสนใจว่า HR ของ “บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด” มีดีอะไรกันแน่ ถึงสามารถจัดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงานในวัฒนธรรมไทย จนคว้ารางวัลในครั้งนี้มาได้

นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงนิยามความเป็น HR ของเฮเฟเล่ (ประเทศไทย) ว่า “บริษัทเปรียบเหมือนครอบครัว (Family) แม้เราจะเป็นบริษัทใหญ่ แต่เราก็ตั้งใจดูแลพนักงานทุกคนเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน และยังไม่ลืมมอบความสนิทสนมใกล้ชิดให้กัน ชนิดที่ไม่ต่างจากบริษัทเล็ก ที่นี่เรามีค่านิยมหลัก ที่เปรียบเสมือนมาตรฐานของการอยู่ร่วมกันในบ้านอยู่ 6 ข้อ ข้อแรกคือการทำงานเป็นทีม (Harmonious teamwork) สองคือมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ (Achievement oriented) สามคือใส่ใจลูกค้า (Focus on customers) สี่คือมีจรรยาบรรณซื่อสัตย์สุจริต (Ethics & Integrity) ห้าคือเรียนรู้และพัฒนา (Learn & development constantly) และสุดท้าย หกคือกล้าคิด-กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง (Embrace innovation)”

นอกเหนือจากค่านิยมหลักที่เป็นรากฐานของความเป็นครอบครัวแล้ว ความสำเร็จในฐานะผู้นำธุรกิจเพื่อบ้านและอาคารของเฮเฟเล่ ยังมาจากการตั้งใจดูความต้องการที่แท้จริงของพนักงานเป็นหลัก จากนั้นนโยบายและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว จึงถูกใช้เป็นอย่างหลัง

“รางวัลในครั้งนี้ และการที่บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านยอดขายและกำไร โดยหลักแล้วมาจากพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ให้ความสำคัญในการดูแลบุคลากรทุกคน หรือพนักงานในทุกระดับ ที่มีส่วนสำคัญในการได้มาของนโยบาย และช่วยกันผลักดันนโยบายนั้นให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วน HR ก็จะพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการคอยสนับสนุนทรัพยากร และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยมในการทำงาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานอย่างมีความสุขและสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลไปถึงภาพใหญ่ของการทำงานในบริษัท ให้มีผลประกอบการที่ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม” นายโฟลเคอร์ กล่าว

ปัจจุบัน “บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด” กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เติบโตเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นทุกวันถือเป็นความท้าทายหนึ่ง ที่ HR จะต้องคอยสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน และยังต้องไม่ลืมความท้าทาย ที่จะพัฒนาพนักงานให้เติบโตควบคู่องค์กรอย่างมีคุณภาพ

“เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบการโรคระบาด กลับกันในวันนี้ การเติบโตที่เริ่มเข้าที่ทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง การสื่อสาร (Communication) ที่เฮเฟเล่จะเน้นที่ช่องทางและรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น พนักงานทุกคนต่างสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและแนวทางการทำงานในองค์กรโดยไม่มีการปิดกั้น แล้วสุดท้ายทุกคนก็จะเข้าใจในจุดมุ่งหมายขององค์กรและพยายามมุ่งไปในทิศทางเดียวกันในที่สุด

“ท่ามกลางความไม่แน่นอน การพัฒนาความสามารถและพัฒนาภาวะผู้นำให้พนักงานถือเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งเฮเฟเล่ยังมุ่งเน้นที่ Talent pool สร้างคนเก่งและคนดีให้แก่องค์กรอีกด้วย ในทางเดียวกันฝั่งบริหารเอง ก็ต้องคอยชี้วัดผลงานที่ได้จากพนักงาน และต้องคอยส่งเสริมการ Feedback Coaching อย่างต่อเนื่อง

“และนอกเหนือจากรากฐานด้านค่านิยมหลักขององค์กร ที่เราพยายามผลักดันให้เกิดการนำไปประยุกต์ใช้ในทุกส่วนแล้ว เฮเฟเล่ ยังผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการส่งเสริมการใช้ Technology ต่างๆ รวมถึงการผลัดเปลี่ยนองค์กรไปสู่ Digital transformation เพื่อให้การทำงานของคนสอดคล้องควบคู่กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เมื่องานสัมฤทธิ์ผล ผลตอบแทนและสวัสดิการก็จะได้รับการปรับปรุงขึ้น โดยสอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนของธุรกิจ เมื่อรวมปัจจัยนี้เข้ากับพัฒนาการจากแผนงานและกิจกรรมต่างๆ ของ Employee Engagement program ที่พนักงานได้รับ ผลลัพธ์ที่ได้คือพนักงานจะมีความสุขกับการทำงาน และเกิดความผูกพัน (Engagement) กับองค์กรในท้ายที่สุด”

เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) ได้รับมอบรางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020 (Thailand Edition)” ณ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ตอกย้ำการนำองค์กรขับเคลื่อนไปสู่ผู้นำธุรกิจเพื่อบ้านและอาคารที่มั่นคงและยั่งยืน และสามารถยกระดับการบริหารบุคลากรให้ก้าวสู่ระดับเอเชีย ทำให้ เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) ได้รับรางวัล “บริษัทดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย” ในปีนี้นั่นเอง