“พิพัฒน์”สั่งลุยเพิ่มความเร้าใจ “สมุย พลัส โมเดล”

ฝากข่าว โดย :

“พิพัฒน์”สั่งลุยเพิ่มความเร้าใจ “สมุย พลัส โมเดล” ดึงต่างชาติเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ฝ่าวิกฤติโควิด

“พิพัฒน์” ให้การบ้าน “ททท.” เร่งโปรโมทเพิ่มความเร้าใจ “สมุย พลัส โมเดล” หลังเปิดโครงการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว เที่ยวพื้นที่นำร่องหมู่เกาะทะเลใต้ “สมุย-พะงัน-เต่า” เริ่ม
15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชูจุดขายความสวยงามรับไฮซีซั่น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เมื่อวันที่
15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางไปเปิดโครงการ “สมุย พลัส โมเดล” เปิดพื้นที่นำร่อง 3 เกาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมาท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยคาดว่าในช่วงแรกของโครงการฯจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่มากนัก เพราะเพิ่งเริ่มประชาสัมพันธ์โครงการฯหลังเปิดโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ผลักดันภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ประกอบกับมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง เพราะยังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงเข้าสมุย นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาต่อเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสารเที่ยวบินพิเศษของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สมุย ซึ่งรับเฉพาะผู้โดยสารต่อเครื่องจากต่างประเทศเป็นการเฉพาะ ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน ไม่ปะปนกับผู้โดยสารภายในประเทศ ต่างจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงเข้าภูเก็ต
“กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะมอบการบ้านให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หาวิธีโปรโมทเพิ่มความเร้าใจแก่โครงการสมุย พลัส โมเดล มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแคมเปญหรือโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนทั้ง 3 เกาะ โดยตั้งเป้าหมายว่าในไตรมาส 3 ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวโครงการสมุย พลัส โมเดล จำนวน 25,000 คน” นายพิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องหาวิธีเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เดินทางเชื่อมโยงมายังหมู่เกาะทะเลใต้ (สมุย-พะงัน-เต่า) ด้วยการชูจุดขายความสวยงามในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปีซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น ไม่มีมรสุม สามารถพักผ่อนและทำกิจกรรมในโรงแรมและรีสอร์ทที่มีให้เลือกหลากหลายบนเกาะสมุย เดินทางไปท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงกีฬา และเชิงสุขภาพที่เกาะพะงัน ดำน้ำชมโลกใต้ทะเลที่เกาะเต่าซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการดำน้ำระดับโลก และนั่งเรือต่อไปที่เกาะนางยวนเพื่อพักผ่อนริมชายหาดและดำน้ำชมแนวปะการัง

สำหรับแนวทางปฏิบัติของนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการสมุย พลัส โมเดล จะต้องพำนักในพื้นที่ที่กำหนดตามมาตรการอย่างน้อย 14 คืน ถึงจะออกไปท่องเที่ยวพื้นที่อื่นในไทยได้ กรณีอยู่น้อยกว่า 14 คืนต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วยเส้นทางเดิมกับที่เข้ามาเท่านั้น โดยเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย จะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ณ โรงแรมที่พัก ระหว่างรอผลตรวจสามารถพักผ่อนได้ในห้องพักเท่านั้น (วันที่ 0 : Waiting)
หลังจากนั้นวันที่ 1-3 หลังทราบผลการตรวจว่าเป็นลบ สามารถผ่อนคลายและใช้บริการ ทำกิจกรรมต่างๆ นอกห้องพัก ในบริเวณและพื้นที่ที่โรงแรมจัดสรรไว้ (Area Quarantine : AQ) ส่วนวันที่ 4-7 สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ในอำเภอเกาะสมุย ตามเส้นทางและโปรแกรมท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ (Sealed Routes) ทั้งนี้ในวันที่ 6-7 จะทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมที่พัก โดยในช่วง 7 วันแรกนักท่องเที่ยวจะต้องเข้าพักในโรงแรมที่เป็น AQ เท่านั้น

วันที่ 8-14 นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักโรงแรมที่ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย SHA Plus และหลังทราบผลการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ว่าเป็นลบ สามารถท่องเที่ยวภายในเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้อย่างเสรี แต่ยังต้องปฏิบัติตัวภายใต้เงื่อนไข มีการติดตามด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่กำหนด โดยจะทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ครั้งที่ 3 ในวันที่ 13 หากผลเป็นลบ นักท่องเที่ยวสามารถออกเดินทางท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศไทยในวันที่ 15 เป็นต้นไป
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะขอหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอแนวคิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างเกาะ (Island Hopping)
ด้วยการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และพำนักในภูเก็ตครบ 7 คืน สามารถไปเที่ยวเกาะและพื้นที่อื่นๆ นอกภูเก็ตตามเส้นทางที่กำหนด ได้แก่ เกาะพีพีกับไร่เล จังหวัดกระบี่, เขาหลัก จังหวัดพังงา และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผ่อนปรนจากเงื่อนไขปัจจุบันที่กำหนดให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวแบบไม่กักตัว แต่ต้องพำนักในภูเก็ตอย่างน้อย 14 คืน ถึงจะออกไปเที่ยวพื้นที่อื่นในประเทศไทยได้ หากได้รับความเห็นชอบจากนายกฯ จะผลักดันให้เริ่มดำเนินการเชื่อมโยงท่องเที่ยวระหว่างเกาะดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564
เป็นต้นไป