การลดหย่อนภาษียอดนิยม ตัวช่วยที่ผู้มีเงินได้กำลังมองหา

ฝากข่าว โดย :
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

กำหนดการยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 พร้อมขอคืนเงินภาษี สามารถยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 กรณียื่นด้วยแบบกระดาษ ถึงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565
ช่วงการวางแผนภาษี เรามาหาตัวช่วย การลดหย่อนภาษียอดนิยม ที่หลายคนให้ความสนใจ อย่างกองทุนและประกันชีวิต
กรณี ยื่นภาษีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่ www.rd.go.th

กองทุน

กองทุนที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมี 2 ประเภท คือ

1. กองทุนรวมเพื่อการออม SSF (Super Savings Fund)

SSF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมให้มีระยะยาวขึ้น เรามีสิทธิซื้อกองทุน SSF เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท และจะต้องถือครองเป็นระยะเวลา 10 ปีปฏิทิน โดยในเบื้องต้นกองทุน SSF จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้ที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2563-2567 หลังจากนั้นจะถูกประเมินและทบทวนอีกครั้งโดยกระทรวงการคลัง ส่วนเงื่อนไขการลงทุน ปีไหนซื้อปีนั้นได้ลดหย่อน และไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อลงทุนครบ 10 ปี ปฏิทิน

2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF (Retirement Mutual Fund)

RMF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออม สำหรับเป็นเงินออมที่รองรับชีวิตหลังเกษียณ โดยได้มีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ให้สามารถซื้อกองทุน RMF เพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยไม่มีการกำหนดขั้นต่ำในการลงทุน ให้เป็นไปตามที่แต่ละกองทุนกำหนด แต่เงื่อนไขการลงทุนต่อเนื่องทุกปี และเว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน ยังคงเหมือนเดิม ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปีเต็ม

ประกันชีวิต

ประกันชีวิต จะมี 2 ประเภทหลักๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ ประกันชีวิตทั่วไป และประกันชีวิตแบบบำนาญ

1. ประกันชีวิตทั่วไป

ประกันชีวิตทั่วไป คือ แบบประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้นั้นต้องเป็นแบบประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองชีวิตตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท โดยนับรวมเบี้ยประกันภัยในส่วนสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ (ถ้ามี) ได้สูงสุด 25,000 บาท (เริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2563)

2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ประกันชีวิตแบบมีบำนาญ คือ ประกันชีวิตแบบนี้มอบความคุ้มครองชีวิตและมอบเงินคืนเป็นงวดๆ หลังจากที่เราเกษียณไปแล้ว เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท และหากเราไม่ได้ซื้อประกันชีวิตทั่วไป ก็สามารถใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท
ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนมีเงื่อนไข คือจะต้องนับรวมกองทุน SSF, RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี และไม่เกิน 500,000 บาท
เลือกประกันอย่างไรให้เหมาะสม?

Related Posts

ข่าว PR ข่าววันนี้ ข่าวสด ข่าวออนไลน์ สุขภาพ การดูแลสุขภาพ ข่าวบันเทิง ข่าวหนัง หนังใหม่ เรื่องย่อละคร และข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ