มะเร็งสมอง สาเหตุและสัญญาณอันตรายของเนื้องอกในสมอง

ฝากข่าว โดย :

มะเร็งสมอง (Brain cancer) คือการที่ภายในสมองมีเซลล์ที่เจริญเติบโตมากผิดปกติ จนกลายกลายเป็น เนื้องอก เนื้องอกในสมองนี้จะกดทับพื้นที่บางส่วนภายในสมอง และส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง เช่น ทำให้สับสน ความจำเสื่อม หรืออาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจทำให้เสียชีวิตได้
มะเร็งสมอง (Brain cancer)โรคมะเร็งสมอง เป็นโรคที่เกิดจากเนื้องอกบริเวณสมองที่กลายเป็นเนื้อร้าย เซลล์มะเร็งจะอาศัยเลือดและสารอาหารจากร่างกายไปหล่อเลี้ยงเนื้อร้ายให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเนื้อร้ายอาจเกิดขึ้นเองที่เนื้อเยื่อสมอง หรือเกิดจากการลุกลามของมะเร็งที่มาจากอวัยวะส่วนอื่น ๆ เช่น ปอด เต้านม ไต ลำไส้ใหญ่ หรือผิวหนัง เป็นต้น จริงๆ แล้ว ใช่ว่าเนื้องอกในสมองทุกชนิดจะต้องเป็นมะเร็งสมอง เพราะการเป็นโรคมะเร็งสมอง หมายถึงการที่เนื้องอกนั้นเป็นเนื้อร้าย ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายลุกลามไปยังส่วนต่างๆ โรคมะเร็งสมองสามารถแพร่กระจายและทำลายเนื้อเยื่อที่ดีในบริเวณรอบข้างได้ทำให้มีโอกาสที่มะเร็งสมองจะกลับมาได้อีกถึงแม้เคยผ่านการรักษามาแล้วก็ตาม

สาเหตุของมะเร็งสมอง เนื้องอกในสมอง

เนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อธรรมดา เกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรมในเซลล์สมอง หรือการกลายพันธุ์ของเซลล์ ทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตในอัตราที่ผิดปกติ เนื้อเยื่อที่เกิดจากเซลล์ผิดปกติเหล่านี้ จึงก่อตัวเป็นเนื้องอกบริเวณสมอง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่สมองและระบบประสาทใกล้เคียง
เนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อร้าย อาจเกิดจากเซลล์มะเร็งก่อตัวขึ้นที่สมอง หรือมีเซลล์มะเร็งที่อวัยวะอื่นแล้วแพร่ลามเข้าสู่สมองทางกระแสเลือด ทำให้เกิดเป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย มีอัตราการเจริญเติบโตและสร้างความเสียหายแก่ร่างกายมากกว่าเนื้องอกธรรมดา ปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งสมอง แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ปัจจัยบางอย่าง อาจเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ ดังนั้นหากต้องการลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งสมอง จึงควรเริ่มจากการลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งสมอง

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง

– อายุที่เพิ่มขึ้น เนื้องอกในสมองสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย แต่มักพบมากในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
– การสูบบุหรี่
– มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคมะเร็ง
– เคยเป็นโรคมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถแพร่กระจายมายังสมองได้ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma)
– การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)
– การสัมผัสสารกัมมันตภาพรังสี สารเคมี รวมไปถึงยากำจัดศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
– การทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น พลาสติก ตะกั่ว ยาง น้ำมัน รวมถึงสิ่งทอบางชนิด

อาการที่อาจบ่งชี้ถึงเนื้องอกในสมอง หรือมะเร็งสมอง

อาการของโรคมะเร็งสมอง จะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งที่พบของเนื้องอก

  • ปวดหัวบ่อย และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆมีอาการปวดตอนกลางคืนจนต้องตื่นจากการนอน
  • คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม มีอาการชัก
  • พูดจาติดขัด มีปัญหาในการสื่อสาร
  • มีปัญหาการได้ยิน
  • มีปัญหาในการมองเห็น เห็นภาพเบลอ หรือภาพซ้อน
  • มีปัญหาด้านความจำ สับสน มึนงง
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ บุคลิกภาพ พฤติกรรม
  • มีปัญหาการทรงตัว มีปัญหาบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
  • สูญเสียการรับรู้ของประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวแขนขา
  • มีอาการชักทั้งที่ไม่เคยมีประวัติชักมาก่อนโดย
  • อ่อนแรงและชาบริเวณแขนและขา

ความรุนแรงของเนื้องอกในสมอง

กลุ่มที่ 1 เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ก้อนเนื้องอกเติบโตช้า สามารถผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้
กลุ่มที่ 2 ความรุนแรงปานกลาง ก้อนเนื้องอกมักแทรกในเนื้อสมอง ผ่าตัดและรักษาได้แต่ไม่หายขาด เนื้องอกเติบโตช้า ผู้ป่วยจึงสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายปี
กลุ่มที่ 3 จัดเป็นมะเร็ง รักษาไม่หายขาด
กลุ่มที่ 4 มะเร็งชนิดร้ายแรง เนื้องอกเติบโตเร็ว ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันสั้น

การรักษามะเร็งสมอง

การผ่าตัดมะเร็งสมอง เพื่อทำการกำจัดเนื้องอกที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็ง
การรักษามะเร็งสมองด้วยรังสี (Radiation Therapy) คือ การฉายแสงที่มีพลังงานสูงเพื่อทำลาย ลดการขยายตัวและหยุดการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย ใช้ในผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น เนื้อร้ายอยู่ในตำแหน่งที่บอบบางและยากต่อการผ่าตัด หรือใช้หลังการผ่าตัดที่ยังคงหลงเหลือเซลล์มะเร็งอยู่

การรักษามะเร็งสมองด้วยรังสี

สามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี เช่น
External Radiation คือ การฉายรังสีที่มีพลังงานสูงผ่านชั้นผิวหนัง กระโหลก เซลล์สมอง ไปยังตำแหน่งของเนื้อร้าย โดยจะทำประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาไม่นานต่อหนึ่งครั้ง
Stereotactic Radiosurgery คือ การทำลายเนื้อร้ายโดยการใช้รังสีที่มีพลังงานสูงจากหลายทิศทางด้วยความแม่นยำ โดยทำหลังจากมีการระบุตำแหน่งที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า
การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือที่เรียกว่าการทำคีโม คือ การใช้ยา อาจเป็นยา 1 ชนิดหรือรวมกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในการรักษา สามารถให้ได้ทั้งทางเส้นเลือดหรือรับประทาน จะใช้ยาเป็นรอบ ๆ โดยจะเว้นระยะให้ผู้ป่วยได้พักฟื้น และดูการตอบสนองต่อการรักษา การทำเคมีบำบัดสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เป็นแผลในปาก เบื่ออาหาร ผมร่วง เป็นต้น

Related Posts

ข่าว PR ข่าววันนี้ ข่าวสด ข่าวออนไลน์ สุขภาพ การดูแลสุขภาพ ข่าวบันเทิง ข่าวหนัง หนังใหม่ เรื่องย่อละคร และข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ